บทที่ 12 4.3 ความพยายามของอิงน่าน ปริยากรโสภณ
อิงน่าน Part
“ว่าแต่มึงเถอะอิงจะทนการรับน้องไหวเหรอไอ้สัสเลือกคณะไม่รู้จักดูกำลังตัวเองซะงั้น กูรู้ว่ามึงฉลาดแต่ถ้าฉลาดขนาดนี้ทำไมไม่เรียนหมอไปเลยวะ”
“ไม่เอากูมีไอดอลของกูกูอยากเดินตามรอยไอดอลยังไงกูก็ต้องทนกับทุกสภาวะให้ได้แหละ กูว่ามึงห่วงตัวเองดีกว่ามหาลัยมึงก็รับน้องหนักนี่นา” จะโทษความสบายใจเรื่องที่พวกเราเข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั้น หรือจะโทษแต่ละเพลงที่ไอ้เคนเปิดให้ฟังว่ามีความหมายลึกซึ้งมากแค่ไหน
แต่ผมว่าน่าจะโทษน้ำจิ้มฝีมือแม่มากกว่าเลยทำให้ทั้งหมูกระทะกับแอลกอฮอล์ถูกผมยกดื่มลงคอถี่รัวกว่าที่เคย ความมึนจึงบังเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าจะได้ตั้งตัว
ถึงอย่างนั้นภาพของไอดอลที่ผมโอ้อวดก็ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำเสมอ ภาพของผู้ชายตัวใหญ่มีรักเดียวในใจคือพี่หลงเป็นผู้ชายที่ผมชื่นชมที่สุด ความแข็งแกร่งของน้าโปรดไม่ได้มีผมคนเดียวที่นับถือแต่ติณฑ์เองก็ทั้งรักทั้งนับถือน้าโปรดมากเช่นกัน เพราะอย่างนั้นครั้งหนึ่งผมเลยคิดเพียงว่าอยากเก่งเหมือนน้าโปรดเพื่อที่ติณฑ์จะได้สนใจและรักใคร่ในตัวผมเหมือนที่รู้สึกกับน้าโปรดบ้าง
แต่ยิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งรู้ว่าที่ตัวเองอยากมีความเด็ดเดี่ยวอยากเข้มแข็งให้ได้เพียงสักครึ่งของน้าโปรด ผมไม่ได้อยากเป็นอย่างนั้นเพื่อให้ใครมาชื่นชมเลยสักนิดแต่เป็นเพราะผมทำเพื่อให้ชีวิตตัวเองแข็งแรงขึ้นมาต่างหาก
ตรู๊ด ๆ ๆ “โทษทีสายนี้กูต้องรับน่ะ” เพียงมีชื่อน้ามินปรากฏบนจอผมก็รีบเดินปรี่เข้าบ้านพร้อมกับกดรับทันที
“สวัสดีครับน้ามิน”
“สวัสดีครับ น้าได้ยินจากน้องหลงว่าน้องอิงจะมาหาหอเหรอ”
“อิงจะไปอาทิตย์หน้าน่ะครับ” ผมยังจำความดีใจของน้ามินตอนที่ตัวเองโทรไปบอกเรื่องสอบติดได้ดีว่าน้ามินดีใจมากแค่ไหน และความยินดีของมารดาคนที่ผมรักก็ทำให้ผมอุ่นใจได้ทุกทีสิ
“น้าอยากให้น้องอิงมาอยู่ที่คอนโดนะ มาได้ไหมน้ารู้ว่าคำขอของน้ามันเห็นแก่ตัวขอเพราะอยากให้ตัวเองสบายใจแต่น้าก็อยากสบายใจจริง ๆ นั่นแหละ อีกอย่างน้าคุยกับพี่ออเรียบร้อยแล้วพี่ออบอกว่าแล้วแต่น้องอิงเลยน้องอิงล่ะคิดว่าไงบ้าง”
“แต่ติณฑ์ล่ะครับ”
“ที่น้องอิงพยายามอย่างหนักมาทุกอย่างก็เพื่อจะได้เจอกับติณฑ์ไม่ใช่เหรอ ในเมื่อตอนนี้ความพยายามสำเร็จไปครึ่งทางแล้วทำไมอีกครึ่งทางที่เหลือ น้องอิงจะไม่ให้รางวัลตัวเองด้วยการได้อยู่ใกล้คนที่เป็นแรงบันดาลใจของน้องอิงล่ะ” ไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจในคำขอของน้ามินนะ แต่เพื่อนก็สำคัญไม่ใช่น้อยเพราะเราสัญญากันไว้ว่าจะอยู่ด้วยกันนี่นาความสำคัญของเพื่อนทำให้ผมทอดทิ้งมันไม่ได้หรอก
“ถึงน้าจะอยากให้ความต้องการของตัวเองบรรลุผลมากแค่ไหนแต่น้าก็จะไม่บังคับหรือกดดันอะไรเลย เอาเป็นว่าน้องอิงช่วยเก็บไปคิดหน่อยนะ”
“เดี๋ยววันมะรืนอิงโทรหาน้ามินนะครับ ขอบคุณสำหรับความเมตตาขอบคุณที่คิดถึงอิงเสมอครับ”
“โอเคงั้นน้าจะรอ อืม..จะดีใจจะจัดห้องรอล่วงหน้าด้วย” ครับน้ามินไม่ได้กดดันอะไรเลยสักนิดและผมก็อดอมยิ้มให้กับน้ำเสียงนุ่มนวลในประโยคสุดท้ายไม่ได้ พอวางสายแล้วเดินกลับไปที่วงหมูกระทะอีกครั้งคำขอเมื่อกี้ก็ยังติดอยู่ในความครุ่นคิดอยู่ดี จะว่าไปทั้งเพื่อนกับน้ามินต่างก็มีความสำคัญต่อผมด้วยกันทั้งคู่เพราะงั้นผมจะเมินเฉยต่อคำขอของน้ามินไปเลยก็ทำไม่ได้อีกนั่นแหละเอาไงดีนะ
ถึงแม้ผมจะเลือกไปอยู่ที่คอนโดน้ามินแต่ผมจะอยู่กับติณฑ์ได้เหรอ ถ้าเกิดว่าการที่ได้อยู่ด้วยกันมันคือการล้ำเส้นรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของติณฑ์มากเกินไป และในบางเรื่องผมอาจจะเผลอตัวทำอะไรให้ติณฑ์ไม่พอใจแล้วติณฑ์จะเกลียดผมมากไหม เฮ้อ ยิ่งคิดยิ่งเครียดจัง
“มีอะไรไหมทำไมทำหน้าเครียดแบบนี้ล่ะ อิบอมหยุดอ่อยผู้ชายแล้วมาดูเพื่อนมึงหน่อย”
ขวับ! “เออนั่นสิเกิดอะไรขึ้นหรือแฟนมึงไปแรดกับชะนีที่ไหนอีก” แค่ใบเฟิร์นสั่งคำเดียวบอมก็วางมือจากโทรศัพท์แล้วหันมาซักถามผมยกใหญ่ตัวเองถึงได้สบตากับเพื่อนทีละคนทั้งที่ในใจว้าวุ่นไปหมด
ไม่ได้การแล้วสิขืนไม่พูดออกไปผมคงทำให้ปาร์ตี้นี้กร่อยแหง ๆ
“สมมติว่าถ้ากูไม่ได้อยู่หอเดียวกับมึงมึงจะโอเคไหมบอม”
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ห่านึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรตกใจหมดเลย ไม่ได้อยู่กับไอ้บอมก็ไม่เห็นแปลกอะไรวันไหนเกิดพวกมึงสองตัวมีผัวเป็นของตัวเองก็ต้องอยู่กับผัวอยู่ดี” ที่ต้องเน้นบอมเพราะเราเรียนที่เดียวกันถ้าผมทิ้งบอมให้อยู่ตามลำพังเพื่อนจะไม่รู้สึกว่าโดนผมทิ้งหรอกเหรอ
ส่วนไอ้เคนไม่เท่าไหร่หรอกเพราะมันเรียนคนละมหาวิทยาลัยกับผมมันอยากไปหาที่สิงสถิตตามลำพังเร็ว ๆ จะตาย ความกังวลใจที่มีเลยเป็นเรื่องของบอมผู้ชายหน้าตาดีถึงจะไม่อ้อนแอ้นอรชรแต่ใจมันบอบบางและเปี่ยมล้นไปด้วยความเป็นอิสตรีอีกต่าง หาก ดูเหมือนความกังวลใจของผมจะไม่มีผลต่อความนึกคิดของเพื่อนสักนิดเพราะทุกคนพากันหัวเราะจนตัวโยกแต่บอมก็แจกฝ่ามือให้กับคำพูดของไอ้เคนเหมือนกันนะ
ป๊าบ! “อิห่าเคนอิคนปากเปราะกูเป็นกุลสตรีไทยไม่ชิงสุกก่อนห่ามหรอกย่ะ ไม่เหมือนมึงหรอกที่ไม่อยากอยู่กับพวกกูเพราะจะเอาหญิงมากกกอดล่ะสิ”
“รู้ทันกูไปอีก” ไม่มีคำปฏิเสธจากไอ้เคนและผมก็คิดว่ามันตั้งใจจะทำอย่างนั้นจริง ๆ พอได้พูดออกไปผมก็รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่งนะเพราะอย่างน้อยถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันเพื่อน ๆ คงไม่โกรธผมหรอกน่ะ
“แสดงว่าที่โทรมาเมื่อกี้คือว่าที่แม่ผัวมึงโทรมาชวนให้ไปอยู่ด้วยกันอีกใช่ไหม ถ้าใช่ก็รีบตกลงกับเขาเลยมึงจะปล่อยให้โอกาสแบบนี้ลอยไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้นะใคร ๆ เขาก็อยากเป็นสะใภ้บ้านนี้ทั้งนั้นแหละกูก็ด้วย คิก ๆ ๆ”
“หยุดความหิวมึงก่อนอิบอม หมับ! มองหน้ากูนะอิงคิดดูสิว่าดีแค่ไหนแล้วที่แม่ผัวมึงเขาเอ็นดูมึงขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะจ๊ะ” ถึงจะลงท้ายด้วยวาจาชวนขำแต่สีหน้าแววตาของบอมตอนพูดขึ้นมาก็เต็มไปด้วยความจริงจังมากขึ้น ใบเฟิร์นด้วยสองมือของเธอถึงกับคว้าแก้มให้ผมหันไปจ้องตากันทีเดียว
“อย่างที่สองคนนั้นบอกแหละมึงคว้าโอกาสไว้ซะอิง ส่วนรักแรกของมึงมึงก็แค่หลอกล่อให้มันมาดูเอ็นมึงทีหลังแล้วกัน ฮ่า ๆ ๆ”
“ว้าย อิเคนอิคนลามกบอมรับไม่ได้! มึงรีบเล่าประสบการณ์พี่สาวที่ดูเอ็นมึงตอนสงกรานต์ให้พวกกูฟังเดี๋ยวนี้เลยนะยะ” บอมถึงกับกรีดร้องในวาจากำกวมของไอ้เคน และเพื่อนชายใจหญิงก็บังคับขู่เข็ญให้ไอ้เคนเปิดปากเรื่องตอนสงกรานต์ให้พวกเราฟังทันควัน
ส่วนผมตอนนี้น่ะเหรอโคตรจะรู้สึกสบายใจชะมัดนั่นเพราะได้อยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะกับเพื่อน ๆ ส่วนความกังวลเรื่องปฏิกิริยาตอบรับของติณฑ์นั้นผมเลือกจะเก็บมันเอาไว้ดีกว่า ก็ผมมีเพื่อนเป็นแรงผลักดันที่ดีขนาดนี้นี่นาเพราะงั้นเรื่องอื่นผมก็จะฝ่าฟันมันไปด้วยหัวใจของผมเอง
